บัตร Proximity กับ Mifare หน้าตาเหมือนกัน แต่ใช้แทนกันไม่ได้! สอนวิธีแยกแยะง่ายๆ
อัพเดทล่าสุด: 24 ธ.ค. 2025
41 ผู้เข้าชม

เคยไหมครับ? ซื้อคีย์การ์ดใบใหม่หน้าตาเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่พอเอาไปทาบหน้าประตู กลับเงียบกริบ ประตูไม่เปิด!
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากบัตรเสีย แต่เกิดจาก "คนละคลื่นความถี่" ครับ เพราะในวงการ RFID บัตรพลาสติกสีขาวๆ ที่เราเห็นนั้น ภายนอกดูเหมือนกันหมด แต่ภายในมีชิปที่ทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง วันนี้เราจะมาเทียบให้ชัดระหว่าง 2 คู่หูยอดฮิต Proximity และ Mifare ว่าต่างกันตรงไหน และคุณควรเลือกใช้อันไหนครับ
1. บัตร Proximity (125 KHz) "รุ่นเก๋า ราคาประหยัด"
นี่คือบัตรระบบดั้งเดิมที่นิยมใช้กันมากที่สุดตามหอพัก อพาร์ตเมนต์ หรือสำนักงานทั่วไป
การทำงาน: เป็นแบบ "อ่านได้อย่างเดียว (Read Only)" ตัวเลข ID ในบัตรจะถูกฝังมาตั้งแต่โรงงาน แก้ไขไม่ได้
ความปลอดภัย: ระดับพื้นฐาน (ก็อปปี้ได้ง่าย หากมีเครื่องก๊อปปี้)
เหมาะสำหรับ: งานที่เน้นเปิด-ปิดประตูทั่วไป งานลงเวลาเข้าออกงาน ที่ไม่ต้องการความซับซ้อน และต้องการประหยัดงบประมาณ
2. บัตร Mifare (13.56 MHz) "รุ่นใหม่ ฉลาดกว่า"
บัตรประเภทนี้คือ Smart Card ที่อัปเกรดขึ้นมา นิยมใช้ในคอนโดหรู โรงแรม หรือบัตรศูนย์อาหาร
การทำงาน: เป็นแบบ "อ่านและเขียนได้ (Read / Write)" สามารถบันทึกข้อมูลลงไปในบัตรได้ เช่น จำนวนเงินคงเหลือ คะแนนสะสม หรือข้อมูลเจ้าของบัตร
ความปลอดภัย: สูงกว่ามาก มีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ทำให้การปลอมแปลงทำได้ยากกว่า
เหมาะสำหรับ: คีย์การ์ดคอนโดที่ต้องการความปลอดภัยสูง, บัตรสมาชิก, บัตรจอดรถ, บัตร E-Ticket
3. วิธีเช็กง่ายๆ ว่าบัตรใบเดิมของคุณคือแบบไหน?
หากคุณถือบัตรสีขาวล้วน ไม่มีสกรีนบอก แล้วอยากรู้ว่าเป็นประเภทไหน ลองสังเกตด้วยวิธีบ้านๆ ดังนี้ครับ:
ส่องไฟฉาย: ลองเอาไฟฉายมือถือส่องทะลุบัตร
ถ้าเห็นขดลวดเป็น วงกลม อยู่ตรงกลาง = มักเป็น Proximity
ถ้าเห็นขดลวดเป็น สี่เหลี่ยม เดินเส้นรอบขอบบัตร = มักเป็น Mifare
ดูตัวเลขบนบัตร:
Proximity: มักจะมีการสกรีนตัวเลขรหัสยาวๆ (เช่น 10-18 หลัก) ไว้บนหน้าบัตร
Mifare: มักจะเป็นบัตรขาวล้วน ไม่มีตัวเลขใดๆ (เพราะข้อมูลฝังอยู่ในชิป)
(หมายเหตุ: วิธีนี้เป็นการตรวจสอบเบื้องต้น 80% เพื่อความชัวร์ที่สุดควรใช้เครื่องอ่านตรวจสอบครับ)
บทสรุป: เลือกแบบไหนดี?
เลือก Proximity: ถ้าโจทย์คือ "ถูก ประหยัด ใช้งานง่าย แค่แตะแล้วเปิด"
เลือก Mifare: ถ้าโจทย์คือ "ปลอดภัยสูง เก็บข้อมูลในบัตรได้ หรือต้องใช้ร่วมกับระบบลิฟต์ล็อกชั้น"
อย่าปล่อยให้ความเหมือนหลอกตา เลือกบัตรให้ตรงกับเครื่องอ่าน แล้วระบบของคุณจะทำงานได้อย่างราบรื่นครับ
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากบัตรเสีย แต่เกิดจาก "คนละคลื่นความถี่" ครับ เพราะในวงการ RFID บัตรพลาสติกสีขาวๆ ที่เราเห็นนั้น ภายนอกดูเหมือนกันหมด แต่ภายในมีชิปที่ทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง วันนี้เราจะมาเทียบให้ชัดระหว่าง 2 คู่หูยอดฮิต Proximity และ Mifare ว่าต่างกันตรงไหน และคุณควรเลือกใช้อันไหนครับ
1. บัตร Proximity (125 KHz) "รุ่นเก๋า ราคาประหยัด"
นี่คือบัตรระบบดั้งเดิมที่นิยมใช้กันมากที่สุดตามหอพัก อพาร์ตเมนต์ หรือสำนักงานทั่วไป
การทำงาน: เป็นแบบ "อ่านได้อย่างเดียว (Read Only)" ตัวเลข ID ในบัตรจะถูกฝังมาตั้งแต่โรงงาน แก้ไขไม่ได้
ความปลอดภัย: ระดับพื้นฐาน (ก็อปปี้ได้ง่าย หากมีเครื่องก๊อปปี้)
เหมาะสำหรับ: งานที่เน้นเปิด-ปิดประตูทั่วไป งานลงเวลาเข้าออกงาน ที่ไม่ต้องการความซับซ้อน และต้องการประหยัดงบประมาณ
2. บัตร Mifare (13.56 MHz) "รุ่นใหม่ ฉลาดกว่า"
บัตรประเภทนี้คือ Smart Card ที่อัปเกรดขึ้นมา นิยมใช้ในคอนโดหรู โรงแรม หรือบัตรศูนย์อาหาร
การทำงาน: เป็นแบบ "อ่านและเขียนได้ (Read / Write)" สามารถบันทึกข้อมูลลงไปในบัตรได้ เช่น จำนวนเงินคงเหลือ คะแนนสะสม หรือข้อมูลเจ้าของบัตร
ความปลอดภัย: สูงกว่ามาก มีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ทำให้การปลอมแปลงทำได้ยากกว่า
เหมาะสำหรับ: คีย์การ์ดคอนโดที่ต้องการความปลอดภัยสูง, บัตรสมาชิก, บัตรจอดรถ, บัตร E-Ticket
3. วิธีเช็กง่ายๆ ว่าบัตรใบเดิมของคุณคือแบบไหน?
หากคุณถือบัตรสีขาวล้วน ไม่มีสกรีนบอก แล้วอยากรู้ว่าเป็นประเภทไหน ลองสังเกตด้วยวิธีบ้านๆ ดังนี้ครับ:
ส่องไฟฉาย: ลองเอาไฟฉายมือถือส่องทะลุบัตร
ถ้าเห็นขดลวดเป็น วงกลม อยู่ตรงกลาง = มักเป็น Proximity
ถ้าเห็นขดลวดเป็น สี่เหลี่ยม เดินเส้นรอบขอบบัตร = มักเป็น Mifare
ดูตัวเลขบนบัตร:
Proximity: มักจะมีการสกรีนตัวเลขรหัสยาวๆ (เช่น 10-18 หลัก) ไว้บนหน้าบัตร
Mifare: มักจะเป็นบัตรขาวล้วน ไม่มีตัวเลขใดๆ (เพราะข้อมูลฝังอยู่ในชิป)
(หมายเหตุ: วิธีนี้เป็นการตรวจสอบเบื้องต้น 80% เพื่อความชัวร์ที่สุดควรใช้เครื่องอ่านตรวจสอบครับ)
บทสรุป: เลือกแบบไหนดี?
เลือก Proximity: ถ้าโจทย์คือ "ถูก ประหยัด ใช้งานง่าย แค่แตะแล้วเปิด"
เลือก Mifare: ถ้าโจทย์คือ "ปลอดภัยสูง เก็บข้อมูลในบัตรได้ หรือต้องใช้ร่วมกับระบบลิฟต์ล็อกชั้น"
อย่าปล่อยให้ความเหมือนหลอกตา เลือกบัตรให้ตรงกับเครื่องอ่าน แล้วระบบของคุณจะทำงานได้อย่างราบรื่นครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
บัตร PVC: วัสดุคุณภาพสูงที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กรให้โดดเด่นและน่าเชื่อถือ
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การสร้างความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และหนึ่งในเครื่องมือที่หลายองค์กรมองข้ามไม่ได้คือ "บัตร" ไม่ว่าจะเป็นบัตรพนักงาน บัตรสมาชิก หรือบัตรแสดงตัวตนต่างๆ
31 ต.ค. 2025
TIP! (เคล็ดลับฉบับโปร) เพื่อให้ได้บัตร PVC RFID คุณภาพดีที่สุด ต้อง เลือกเครื่องให้เหมาะกับประเภทชิป, ใช้ไฟล์ภาพคมชัด, และ หมั่นทำความสะอาดหัวพิมพ์เสมอ
17 พ.ย. 2025


